posted on 17 Feb 2009 09:01 by kadoob
เค้กหินอ่อน
- ส่วนผสมเค้ก ถ = ถ้วย
แป้งเค้ก 2 ถ ชต = ช้อนโต๊ะ
ผงฟู 1 ชต ชช = ช้อนชา
เนยสด 1 ถ
น้ำตาลทราย 3/4 ถ
นมสด 1/2 ถ
ไข่ไก่ 3 ฟองเล็ก
วนิลา 1 ชช
น้ำ 1 1/2 ชต
ผงโกโก้ 2 ชต
- ส่วนผสมชอคโกแลตฟัดจ์
นมข้นหวาน 1 กระป๋อง
ผงโกโก้ 3 ชต
เนยสด(เค็ม) 3 ชต
+ วิธีทำเค้ก
1.ร่อนแป้ง ผงฟู 2 ครั้ง พักไว้
2.ใส่เนยอ่อนตัวแล้ว น้ำตาลทราย นมสด ไข่ไก่ วนิลา ลงใน Food Processor ใช้ใบมีดสับ ปั่นส่วนผสมให้เข้ากันสักครู่
3.เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไป ปั่นต่อเล็กน้อยจนส่วนผสมเนียน (ไม่เป็นเม็ด)
4.ละลายผงโกโก้กับน้ำให้เข้ากัน แบ่งส่วนผสมเค้กออกเป็น 2 ส่วน
5.เอาส่วนที่หนึ่งผสมกับโกโก้ที่ละลายไว้ แล้วเทส่วนผสมทั้ง 2 สี สลับกัน ลงในพิมพ์เค้กขนาด 2 ปอนด์ (ชนิดเข้าไมโครเวฟได้) ไล่ฟองอากาศโดยกระแทกพิมพ์กับโต๊ะ (อย่ากระแทกแรงไปนะครับเอาแค่พอฟองอากาศออก)
6.อบในไมโครเวฟ ไฟhigh (600-700วัตต์) 7 นาที
7.นำออกมาคว่ำบนตะแกรง ผึ่งให้เย็น ราดด้วยชอคโกแลตฟัดจ์ และอัลมอนด์ฝานบาง ๆ
+ วิธีทำชอคโกแลตฟัดจ์
1.ใส่เนยลงในชามผสมขนาดใหญ่ เข้าไมโครเวฟไฟHigh 1/2 นาที
2.พอเนยละลาย ใส่ผงโกโก้ลงไปคนให้เข้ากัน
3.ใส่นมข้นหวานคนให้เข้ากันอีกครั้ง
4.เข้าตุ๋นในไมโครเวฟ High 4 1/2 นาที นำออกมาคนเร็ว ๆ ราดบนตัวเค้ก (ตอนที่ยังร้อน เพราะพอเย็นแล้วจะเหนียว)
Food Processor พูดง่ายๆคือเครื่องปั่นครับ มูรีเน็ค ดีดีนี่เอง
เค้กหินอ่อนจ้าาา
edit @ 17 Feb 2009 09:19:57 by KaDooB
posted on 17 Feb 2009 08:57 by kadoob
กลับมาซะที
โอ้วสุดยอดกับการไปเที่ยวปายมาครับ เป็นอะไรที่ สนุกและ มันส์มาก เพราะเอารถไปกันเอง 736โค้ง โอ้วววว
ตอนนี้ก็กำลังจะเอารูปที่ไปมาลงนะครับยังไงรอกันหน่อยนะครับ หากเพื่อนท่านไหน สนใจก็ สอบถามได้นะครับ
ๆไปกาเต้นกัน เย็นได้ใจ อิอิ
posted on 12 Feb 2009 16:15 by kadoob
โอ้วนี่ก็ใกล้วันวาเลนไทน์แล้วนะครับอีกไม่กี่วันเองเพื่อนๆเตรียมของให้ที่รักหรือยังครับ อิอิ จะว่าไปว่ามานี้เพื่อนๆรู้จัก ไหมว่าวันวาเลนไทน์ มีประวัติ อย่างไร
วันนักบุญวาเลนไทน์ (Saint Valentine's Day) หรือที่เป็นที่รู้จักว่า วันวาเลนไทน์ (Valentine's Day) ตรงกับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันประเพณีที่คู่รักบอกให้กันและกันทราบเกี่ยวกับความรักของพวกเขา โดยการส่งการ์ดวาเลนไทน์ ซึ่งโดยมากจะไม่ระบุชื่อ วันนี้เริ่มเกี่ยวข้องกับความรักแบบชู้สาวในช่วงยุค High Middle Ages เมื่อประเพณีความรักแบบช่างเอาใจ (courtly love) แผ่ขยาย
ประวัติ
วันวาเลนไทน์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่งเหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน ชาวโรมันรู้จักเธอในนามของเทพธิดาแห่ง อิสตรีและการแต่งงาน และในวันถัดมาคือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ก็จะเป็นวันเริ่มต้นงานเลี้ยงของ Lupercalia การดำเนินชีวิตของเด็กหนุ่มและเด็กสาวในสมัยนั้นจะถูกแยกจากกันอย่างเด็ดขาด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีประเพณี อย่างนึง ซึ่งเด็กหนุ่มสาวยังสืบทอดต่อกันมา คือ คืนก่อนวันเฉลิมฉลอง Lupercalia นั้นชื่อของเด็กสาวทุกคนจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษเล็ก ๆ และจะใส่เอาไว้ในเหยือก เด็กหนุ่มแต่ละคนจะดึงชื่อของเด็กสาวออกจากเหยือก แล้วหลังจากนั้นก็จะจับคู่กันในงานเฉลิมฉลอง บางครั้งการจับคู่นี้ ท้ายที่สุดก็จะจบลงด้วยการที่เด็กหนุ่มและเด็กสาวทั้งสองนั้นได้ตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด
ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง (Claudius II) นั้น กรุงโรมได้เกิดสงครามหลาย ครั้ง และคลอดิอุสเองก็ประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารจำนวนมากมายมหาศาลมาเข้าร่วมในศึกสงคราม และเขาเชื่อว่าเหตุผลสำคัญก็คือ ผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิคลอดิอุสประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงานและงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งซึ่งชื่อว่า ท่านนักบุญวาเลนไทน์ ท่านเป็นพระที่กรุงโรมในสมัยของจักรพรรดิคลอดิอุสที่สอง ท่านนักบุญวาเลนไทน์และนักบุญมาริอุส ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็ก ๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากเหล่านี้ และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับ ๆ ด้วย
และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศีรษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
นักบุญวาเลนไทน์
นักบุญวาเลนไทน์ ทำให้จักรพรรดิที่โรมเกิดความสำนึก และผู้พิพากษาได้กลับใจมาเป็นคาทอลิกเพราะท่านนักบุญทำให้บุตรสาวของเขาหาย จากตาบอด
วา เลนไทน์ บวชเป็นพระสงฆ์ที่กรุงโรมและได้เป็นพระสังฆราชในเวลาต่อมา ท่านได้ถูกจับโดยคำสั่งของจักรพรรดิโกลดิโอ ที่ 2 เพราะท่านขึ้นชื่อลือเด่นในทางบำเพ็ญฤทธิ์กุศลหลายประการขั้นแรกจักรพรรดิ ทรงซักถามวาเลนไทน์ด้วยความมักรู้มักเห็น แต่ต่อมาทรงรู้สึกสนพระทัยในคำสอนของคริสตัง ที่สุดพระองค์ตรัสว่า : “คำสอนของบุรุษผู้นี้ฟังแล้วจับใจจริง ๆ “ แต่ในขณะที่พระองค์ทรงเริ่มมีความเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการกรุงโรมก็จัดให้ผู้พิพากษานายหนึ่งเข้ามาซักถามท่านวาเลน ไทน์ ผู้พิพากษาคนนี้เยาะเย้ยท่านในเรื่องที่คริสตังชอบกล่าวว่า “พระคริสต์ทรงเป็นองค์ความสว่างของโลก”
ลูกสาวของผู้ พิพากษาคนนี้ตาบอด วาเลนไทน์ได้ทำอัศจรรย์ให้หาย อัสเตริอุส ผู้พิพากษาจึงกลับใจเชื่อถึงพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อเห็นดังนั้น ท่านผู้ว่าราชการเกิดความอิจฉา และต้องการกำจัดท่านวาเลนไทน์ จึงจับท่านวาเลนไทน์ไปขังไว้ในคุกมืด แล้วใช้ไม้เป็นปุ่มเป็นตาเฆี่ยนท่านอย่างสาหัส ที่สุดนำท่านไปตัดศีรษะ นักบุญวาเลนไทน์ เป็นองค์อุปถัมภ์ของชาวเมืองตารัสก็อง (ภาคใต้ของฝรั่งเศส)
การส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์
มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลายรูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย
-
กุหลาบแดง (Red Rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ"
-
กุหลาบขาว (White Rose) : กุหลาบขาวแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
-
กุหลาบชมพู (Pink Rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน
-
กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส แทนความรักแบบเพื่อน
อ้างอิง
edit @ 12 Feb 2009 23:22:41 by KaDooB